18 May 2009ขันหมากในงานแต่งงาน

ขันหมากที่ใช้ในงานแต่งงาน

ขันหมากที่ใช้ในงานแต่งงาน

ทุกวันนี้พิธีการแต่งงานแบบไทยไม่เพียงแต่จะเป็นที่กระทำกันในเฉพาะพวกเราคนไทยนะคะหากแต่ว่าได้มีคู่รักฝรั่งต่างชาติหลายต่อหลายคู่ที่นิยมชอบชอบประเพณีที่มีเอกลักษณ์อันงดงามก็ได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทยเพื่อจัดงานหมั้นและงานมงคลสมรสกันด้วยค่ะ ซึ่งก็นับเป็นเรื่องที่ดีและที่สำคัญยังนำรายได้เข้าสู่ประเทศของเราเป็นเงินปีละหลายร้อยล้านบาทอีกด้วยค่ะ ดังนั้นเราควรมาทำการเรียนรู้กันหน่อยดีมั้ยคะว่าประเพณีการหมั้นและการแต่งงานแบบไทยนั้นเค้าทำกันอย่างไร จะได้ช่วยการสืบสานสิ่งดีๆนี้ต่อๆไป

พิธีการไทยนั้นนิยมให้มีการ “หมั้นหมาย” กันเอาไว้เสียก่อน เพื่อเป็นหลักประกันว่าว่าที่คู่หมั้นคู่หมายของเรานั้นจะไม่หนีหายไปไหนเสีย
โดยประเพณีโบราณแล้วนั้น นิยมให้คู่หมั้นได้ทำการหมั้นหมายกันเอาไว้สักพักหนึ่งก่อนแล้วค่อยจัดการแต่งงาน ก็เพื่อที่จะให้ทั้งสองฝ่ายได้ทำความรู้จักกันเสียก่อน หากว่านิสัยใจคอเข้ากันได้จึงจะค่อยแต่งงาน แต่ในปัจจุบันนี้ เพื่อเป็นการประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย เจ้าบ่าวเจ้าสาวก็มักจะรวบพิธีการทั้งสองอย่างนี้เอาไว้ในวันเดียวกัน และเพื่อที่จะได้ไม่ต้องรบกวนแขกเหรื่อให้เดินทางกันมาร่วมงานหลายครั้งหลายวัน

เอาล่ะค่ะ เกริ่นกันมาก็นานพอดู ที่นี้เรามาดูขั้นตอนและอุปกรณ์ต่างๆในการประกอบพิธีแบบไทยกันบ้างนะคะในตอนเช้าเมื่อเริ่มพิธีขบวนขันหมากจะเคลื่อนขบวนตามฤกษ์ยามที่เป็นมงคล และ มักจะมีขบวนกลองยาวนำหน้า ร้องรำกันอย่างสนุกสนานไปตลอดทาง จนถึงเรือนของฝ่ายหญิง ซึ่งฝ่ายหญิงจะแสดงมิตรไมตรี ด้วยการถือพานหมากพลู หรือพานเชิญขันหมากออกมาต้อนรับสำหรับงานหมั้นนั้น สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คงจะเป็น “ขันหมาก” สาเหตุที่ต้องใช้หมากก็เนื่องจากหมากพลูเป็นตัวแทนของความเคารพนับถือผู้หลักผู้ใหญ่ และเป็นสิ่งที่ใช้กันในการต้อนรับแขกเพื่อแสดงออกถึงมิตรไมตรีอันดีงามที่มีซึ่งกันและกัน

ขันหมากนั้นแบ่งออกเป็น 2 อย่างได้แก่

ขันหมากเอก และขันหมากโทขันหมากเอก ประกอบด้วย ขันหมากพลู สำหรับใส่หมากพล ในขันหมากหมั้นประกอบด้วยหมาก 8 ผล ใบพลู 4 และพืชมงคล เช่น ถั่ว งา ข้าวเปลือก ใบเงิน ใบทอง ฯลฯ ของทุกอย่างจัดเรียงอยู่ในขัน ตกแต่งของทุกอย่างให้สวยงาม แล้วใช้ใบตองสานเป็นกรวยสูงครอบ จากนั้นห่อด้วยผ้าโปร่งสีทอง สีเงิน ผ้าแก้วหรือผ้าลูกไม้ ตามฐานะของฝ่ายชาย เพื่อกันไม่ให้ของในขันหล่นเสียหายเวลายกขบวนขันหมากไปบ้านฝ่ายหญิง นอกจากขันหมากพลูยังต้องมีขันสินสอด สำหรับใส่เงินทอง ของหมั้น พานแหวนหมั้น และพานธูปเทียนแพ คำว่าสินสอดนั้นเรียกอีกอย่างหนุ่งว่าค่าน้ำนม ซึ่งเป็นเงินหรือสิ่งของที่พ่อแม่ฝ่ายหญิงเป็นผู้กำหนด นิยมเรียกให้สมฐานะของฝ่ายหญิง ยิ่งเรียกมากยิ่งเป็นหน้าเป็นตาว่าพ่อแม่ฝ่ายหญิงเลี้ยงลูกดี ฝ่ายชายจึงยอมเสียสินสอดจำนวนมากเพื่อให้ได้ลูกสาวบ้านนี้มาเป็นคู่ครอง ซึ่งในปัจจุบันเงินสินสอดส่วนใหญ่พ่อแม่ฝ่ายหญิงมักจะมอบเป็นเงินก้นถุงเพื่อเริ่มต้นชีวิตคู่ของหมั้นที่ขาดไม่ได้อีกอย่างก็คือทองคำ ด้วยคุณค่าและราคาที่แสนแพงของทองคำ ทำให้เป็นที่นิยมใช้ในการหมั้นหมายมาตั้งแต่โบราณ จนเรียกกันติดปากมาถึงทุกวันนี้ว่า “ทองหมั้น”แต่ในปัจจุบันอาจมีเรื่องประดับเพชรเพิ่มขึ้นมาก็ได้”สินสอดทองหมั้น” จะถูกวางในพานต่างหากแยกกับพานขันหมาก จะมีกี่พานก็ได้แล้วแต่ฐานะของฝ่ายชาย ปัจจุบันนิยมมีพานแหวนหมั้นเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งพาน พานทั้งสองนิยมใช้ใบเงินใบทอง ใบนาก หรือใช้ดอกรักตกแต่งก็ได้ เพื่อสื่อถึงความรักที่ฝ่ายชายมีให้กับฝ่ายหญิง และถ้ามีการแต่งงานวันเดียวกับวันหมั้นต้องเพิ่มพานผ้าไหว้บรรพบุรุษและผ้าไหว้พ่อแม่ในขบวนขันหมากเอกด้วยส่วนขันหมากโท หรือบริวารขันหมาก ประกอบด้วยอาหารคาวหวาน ซึ่งนิยมจัดเป็นคู่ เช่นพานไก่ต้ม, หมูนอนตอง, กล้วยน้ำว้า, มะพร้าวอ่อน, ห่อหมก, ขนมจีน, ขนมไทยต่าง ๆ เช่นขนมกง, ขนมทองเอก, ขนมเสน่ห์จันทน์, ขนมจ่ามงกุฎ, ขนมชั้น, ขนมถ้วยฟู ฯลฯ ที่มือชื่อเป็นมงคล และมีต้นกล้วย ต้นอ้อย ที่ขุดมาทั้งราก เพื่อให้คู่บ่าวสาวนำไปปลูก ณ เรือนหอให้เจริญงอกงาม ผลิดอกออกผล เหมือนกับชีวิตสมรส

Tags:
5,836 views