22 September 2009พิธีแต่งงานแบบคริสต์

custon-wedding2
ขั้นตอนที่สำคัญสำหรับพิธีแต่งงานแบบคริสต์

สถานที่ประกอบพิธีกรรม
การเลือกสถานที่ในการจัดงาน ซึ่งก็คือ”โบสถ์” ชาวคริสต์ถือว่าโบสถ์คือความศักดิ์สิทธิ์ และเชื่อว่าพระเจ้าอยู่ที่นี่ จึงรู้สึกดีและรู้สึกเป็นมงคล

ผู้ประกอบพิธี
ซึ่่งจะเชิญบาทหลวงสำหรับผู้นับถือคาทอลิก แต่ถ้านับถือแบบคริสเตียนให้เชิญ ศิษยาภิบาลแทน นอกจากนี้อาจจะมีการทาบทามญาติพี่น้องหรือคนรู้จักที่เป็นเด็กมาช่วยในงานพิธีด้วย โดยเด็กน่ารักเหล่านี้เองที่รับหน้าที่เป็นผู้โปรยดอกไม้ และเป็นผู้ถือแหวนเพื่อนำขบวนเจ้าสาวเข้าสู่โบสถ์

พิธีจุดเทียน
ไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของอายุว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ แต่ที่ถือปฏิบัติต่อ ๆ กันมานั้นนิยมให้เป็นเด็กผู้หญิง 1 คนและเด็กผู้ชาย 1 คน หรืออาจจะเป็นเด็กผู้หญิงทั้งคู่ โดยบริเวณด้านหน้าของโบสถ์ที่จะใช้ในการประกอบพิธีจะมีเชิงเทียน 2 แท่น ตั้งอยู่ทางซ้ายและขวา เมื่อเริ่มเข้าสู่พิธี คนจุดเทียนที่ได้รับเลือกจะเดินถือเทียนเปล่าไปต่อไฟจากแท่นเทียนที่ อยู่ด้านหน้าโบสถ์ หลังจากนั้นก็จะนำเทียนที่อยู่ในมือไปจุดต่อยังเชิงเทียนด้านซ้ายและขวานั้นครั้นพอจุดเทียน เรียบร้อยแล้ว เด็กทั้งสองจะเดินออกมา

พิธีบรรเลงเพลง
เมื่อเด็กน้อยทั้งสองเดินออกมาหลังจากจุดเทียนเสร็จเรียบร้อย วงดนตรีที่อยู่ในโบสถ์ก็จะบรรเลงเพลงต้อนรับซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นนักเปียโนที่ถูกจ้างเพื่อให้มาเล่นเล่นสำหรับพิธีนี้โดยเฉพาะพิธีแต่งงาน (พาเจ้าสาวเข้าสู่โบสถ์ )

ขบวนเจ้าสาวประกอบไปด้วย
เด็กน้อยผู้ถือแหวนหมั้นเด็กโปรยดอกไม้ เพื่อนเจ้าสาว รวมทั้งบิดาผู้เป็นคนพาเจ้าสาวเดินคล้องแขนเข้ามาภายในโบสถ์ การที่เจ้าสาวเดินควงแขนมาพร้อมกับคุณพ่อของเธอไปตามทางเดิน สู่พิธีนั้นเป็นการยินยอมมอบกรรมสิทธิ์ให้กับเจ้าบ่าวเป็นผู้รับหน้าที่แทนในการปกป้องทะนุถนอมดูแลต่อเจ้าสาว รวมทั้งตัวเจ้าสาวเองก็มีหน้าที่ปรนนิบัติและให้ความเคารพนับถือสามีด้วยเช่นกัน จังหวะนี้แขกที่มาร่วมพิธีภายในงานต้องลุกขึ้นยืนเพื่อเป็นการให้เกียรติเจ้าสาว

พิธีอ่านคัมภีร์คู่ชีวิต
เมื่อบิดาของเจ้าสาวพาเจ้าสาวมาถึงบริเวณที่ประกอบพิธี บาทหลวงหรือศิษยาภิบาลผู้ประกอบพิธีนั้นจะอ่านข้อพระคัมภีร์เกี่ยวกับการใช้ชีวิตคู่ เพื่อให้เจ้าบ่าวและเจ้าสาวรับทราบถึง ภาระหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติต่อกันเมื่อก้าวเท้าสู่การใช้ชีวิตคู่ต่อไป

พิธีกล่าวคำปฏิญาณ
ขั้นตอนนี้ถือได้ว่ามีความศักดิ์สิทธิ์มากที่สุด ในสมัยก่อนนั้นผู้เป็นบ่าวสาวจะกล่าว คำปฏิญาณตามบาทหลวงหรือผู้ประกอบพิธีกรรม แต่ในสมัยนี้คู่บ่าวสาวมักจะมีคำปฏิญาณเป็นของตนเอง ส่วนจะร่างมาก่อนหรือจะมาพูดกันสด ๆ ในพิธีก็ตามแต่จะสะดวก บ่าวสาวบางคู่ก็แอบจดใส่กระดาษโน้ตเล็ก ๆ มาอ่านกันในงานด้วยเพราะกลัวว่าอาการตื่นเต้นจะทำให้หลงลืมได้ ทั้งนี้ผู้ประกอบพิธีเพียงแต่กล่าวนำให้เท่านั้น

พิธีแลกแหวนแต่งงานและลงนาม
หลังจากกล่าวคำปฏิญาณและให้คำมั่นสัญญากันแล้ว ก็ต่อด้วยพิธีแลกแหวนแต่งงาน ทั้งคู่จะสวมแหวนแต่งงานให้แก่กัน และเป็นที่รู้กันดีว่าแหวนของชาวคริสต์นั้นต้องเป็นแหวนที่กลมเกลี้ยงปราศจากรอยต่อใด ๆ เพื่อสื่อถึงความรักไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งในสมัยก่อนนั้นนิยมใช้แหวนทองด้วยเพราะถือว่าเป็นสิ่งที่ล้ำค่าที่สุด แต่สำหรับในยุคนี้จะนิยมแหวนที่ทำขึ้นด้วยทองคำขาวหรือเงินแล้วแต่ความชอบส่วนบุคคล จากนั้นจึงลงนามในหนังสือสำคัญที่โบสถ์จะเป็นผู้ออกให้ แต่เป็นคนละใบกับทะเบียนสมรส

พิธีจุดเทียนครอบครัว
เริ่มจากเจ้าสาวจุดเทียนซ้ายและเจ้าบ่าวจุดเทียนขวา ทั้งคู่ต้องมาจุดเทียนตรงกลางพร้อมกันเพื่อแสดงถึงการรวมเป็นครอบครัวเดียวกัน หลังจากนั้นบาทหลวงหรือผู้ประกอบพิธีกรรม จะอธิษฐานขอพรสำหรับครอบครัวใหม่ และประกาศการแต่งงานระหว่างคู่บ่าวสาวอย่างเป็นทางการ

ไว่าจะเลือกประเพณี การแต่งงานแบบศาสนาใด สิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการรักษาความรักที่มีให้กันตั้งแต่ในวันแรกไว้ให้เนิ่นนานตลอดไป

ขอบคุณข้อมูลจาก
http://centerwedding.com

Tags:
3,576 views